Make your own free website on Tripod.com
กลับเรื่องเล่า เรื่องจริง
กลับหน้าแรก
  บก.เจอมากับตัว ไม่รู้ว่าผี หรือ คน !!! K Zy DeViL
           

 ก่อนที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับตัวผม ความเชื่อเรื่องผีของผมนั้นอยุ่ในระดับ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว ผมเชื่อเลยว่า ผี มีอยู่บนโลกนี้จริง !!!
        เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นเมื่อประมาณตอนที่ผมเพิ่งจบ ม.6 ใหม่ๆ ผมกับพวกเพื่อนๆ ม.6 ฉลองเรียนจบด้วยการไปเที่ยวทะเลที่พัทยา เป็นเวลา 3 วัน 2 คืนโดยเริ่มเดินทางกันแต่เช้าที่ ขนส่งเอกมัย ไปกันประมาณ 10 กว่าคน กว่าเท่าไรผมก็จำไม่ได้เพราะเรื่องนี้มันเกิดมา เกือบ 4 ปีเห็นจะได้ พอไปถึงพัทยาก็จัดแจงเอากระเป๋า ไปเก็บไว้ให้ห้องพัก ห้องพักเป็นลักษณะห้องใหญ่ แต่มีประตูกั้นเป็น 2 ห้อง แยกหญิงชายออกจากกัน คืนแรกก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่เจอผีตนใดทั้งสิ้น จะมีแต่ผีพนันที่นั่งลุ้น 8 กับ 9 ยันเช้า แต่คืนที่ 2 นี่ซิครับพวกผมเจอดีกันเลยทีเดียว คืนที่ 2 พวกผมไม่ได้พักที่พัทยา แต่พวกผมไปพักกันที่ค่ายทหาร แต่ในจังหวัดอะไรก็จำไม่ได้ แต่คล้ายจะเป็นจังหวังชลบุรี อำเถอสัตหีบ คือค่ายทหารนี้พวกผมได้นอนฟรีเพราะ เพื่อนผมคนหนึ่งชื่อ โอม มีพ่อเป็นทหารใหญ่อยุ่ที่นี่ พวกผมจึงได้ที่พักฟรีๆ 1 คืน กับเหตุการณ์อันน่าสพึงกลัวอีก 1 เหตุการณ์ บ้านพักที่ผมไปอยู่เนี่ยมันอยู่ในสุดของค่ายทหารเลยทีเดียวทางเข้าจากประตูค่ายจนถึงบ้านพัก ก็ราวๆ เกือบ 3 กิโลเมตรได้มั้ง ทางเข้าก็มืดมาก ส่วนที่พัก จะมีบ้านใหญ่ 3 หลังแต่ละหลังจะอยุ๋ห่างกันประมาณ 200 เมตร หน้าที่พักจะมีชาดหาดให้เล่นน้ำ แต่ตกดึกตรงนั้นจะมืดมากไม่เห็นอะไรเลย ถ้าไม่มีไฟฉาย ส่วนตัวบ้านจะมีห้องโถงอยู่ตรงกลางบ้าน แยกห้องนอนเป็น 4 ห้อง คือขวา 2 ห้องและ ซ้าย 2 ห้อง พวกผมพักอยู่บ้านกลาง ส่วนอีก 2 บ้านที่เหลือมีนักศึกษามาติวหนังสือกันทั้ง 2 บ้าน อ่อเกือบลืมเล่าว่า บ้านทั้ง 3 หลังใช้ไฟหม้อแปลงเดียวกัน พอถึงบ้านพักเราก็จัดเเจงหุงหาอาหาร ร้องคาราโอเกะกันอย่างสนุก และตบท้ายด้วยการเล่นไพ่ ระหว่างเล่นไพ่นั้น ไฟจะตกอยู่เรื่อยๆ และโอมก็เข้ามาบอกว่า ก่อนนอนให้ไหว้เจ้าที่เจ้าทางด้วย พอได้ยินโอมพูดแบบนั้น ผมจึงนึกสนุกอยากแกล้งพวกเพื่อนๆขึ้นมา โดยการ พอไฟตก ผมร้องเสียงหลง ทำหน้าซีด และบอกเพื่อนๆ ว่าผมเห็น ทำแบบนี้หลายๆรอบ จนเพื่อนผมเริ่มกลัวประกอบกับบิ๊กพวกผมอีกคนวิ่งไปรอบบ้านแล้วตีกระจกที่มีอยู่รอบบ้าน ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวให้พวกเพื่อนผมเข้าไปกันใหญ่ แต่พอผมเห็นเพื่อนเริ่มกลัวโดยเฉพาะผู้หญิง ผมจึงสารภาพออกไปว่า ผมล้อเล่นไม่ได้เห็นจริงหรอก แต่เพื่อนผมก็ไม่เชื่อ มาหาว่าผมโกหกเพื่อให้พวกมันหายกลัว เอากับมันซิ ผมจึงไม่สนใจอะไรก็ออกไปข้างนอกหาของกินต่อ โดยไม่ได้ไหว้ขอโทษเจ้าที่เจ้าทางที่ไปหลอกพวกเพื่อนผมแบบนั้น จนอะไรมาดนใจผมก็ไม่รู้ ให้พวกผมเดินออกไปที่ชาดหาด กับ เพิ่ม ,เล็ก ,ม๊ะ ,ต้น ,การ์น และ บี ตรงชาดหาดมันจะมีทางลาดสามารถปูที่นอนให้นอนดูดาวได้ ส่วนข้างหน้าก็เป็นชาดหาดที่มือสนิท เพราะเวลานั้นประมาณ เที่ยงคืนแล้วเห็นจะได้ จะมีไฟก็จากดวงจันทร์ พวกผมก็นอนกันปกติสุขอยุ่ดีๆ ไอ้เล็กเพื่อนผมที่กำลังเมาได้ที่ นึกสนุกจะเดินไปเล่นน้ำ หลังจากมันเล่นได้ซักพัก มันวิ่งขึ้นมาอย่างหน้าตาตื่นแล้วบอกให้พวกเรากลับเข้าบ้าน ผมก็ถามว่ามันเป็นห่าอะไร มันก็บอกว่า เค้าไม่ให้เล่น เค้าให้พวกเรากลับเข้าบ้าน ผมก็นึกในใจง่าเค้าไหนวะ แมร่งสงสัยจะเมาหนักเพื่อนเรา ผมก็นอนต่อโดยไม่สนใจ ไอ้เล็กที่ยืยหน้าซีดอยู่กับบี อยุ่หลังพวกผม แต่อยู่ดีๆ ผมก็ลุกพรวดขึ้นมา พร้อมกับ ไอ้เพิ่มและไอ้ต้น แล้ว พวกผม 3 คนก็จงใจเพ่งลงไปดูตรงชายหาดพร้อมกัน เท่านั้นแหละครับ พวกผมถึงกับขนลุกกับสิ่งที่ผมได้เห็น คือ มีคนคลุมผ้าด้วยผ้าสีขาวอมฟ้า ตั้งแต่หัวจรดเท้าเดินผ่านสายตาพวกผมไปโดยที่ผ้าไม่กระดิกเลยซักนิดเดียว และมองไม่เห็นหน้าด้วย ไอ้ต้นก็เลยถามผมว่า มึงเห็นอย่างที่กูเห็นมั้ยวะ ผมก็ตอบออกไปว่าเอ่อก็เห็น เพิ่มก็บอกว่าเห็น ไอ้ต้นยังไม่แน่ใจจึงม๊ะที่นอนข้างมันขึ้นมาดูด้วย ม๊ะก็เห็นเช่นกัน พวกผมเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเดินเข้าบ้านทันท หลังจากนั้น พวกผู้หญิงก็กลัวมาก จนพวกผมต้องพาโอม และเพิ่มไปเดินดูที่ตรงที่มีคนเดินผ่านอีกที ผมเดินไปก็มองไม่เห็นเพราะมืดมากจึงต้องใช้ไฟฉายส่อง พอเดินจนสุดทาง สรุปว่ามันเป็นทางตัน!!! แล้วสุดทางตันนั้น มีสิ่งก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ รูปร่างคล้ายกับศาล หรือหวงซุยอะไรประมาณนั้น เท่านั้นแหละผมก็รีบเดินไปที่บ้าน พอเพื่อนผมถามผมก็ใจดีสู้ผีบอกเพื่อนไปว่าเป็น คนบ้านข้างเดินผ่านไปไม่มีอะไรไปนอนเหอะ แต่พวกผมที่รู้ความจริงไม่มีใครนอนเลย และทุกลงกันว่าจะไม่นอนจนเช้า ระหว่างที่ผมนั่งรอเวลาเช้านั้น พวกผมได้ยินเสียง เหมือนมีคนปาหินใจกระจกรอบบ้าน บางทีก็มีเสียงคุยจากห้องเพื่อนผม พอเดินเข้าไปดู ทุกคนก็หลับหมดแล้ว และที่หนักที่สุดคือเหมือนมีหินก้อนใหญ่ปามาโดนประตูหลังบ้านดังมาก พวกผมนี่ขนหัวลุกกันทุกคน จน 6 โมงเช้า ผมจึงกล้านอน
          หลังจากเหตุการณ์นี้ผมก็นึกได้ว่า ทีหน้าทีหลังอย่าไปเล่นกัยสิ่งพวกนี้ ไปนอนต่างที่ต่างถิ่นก็ต้องไหว้เจ้าที่เจ้าทางด้วย ดีที่ครั้งนี้เค้ามาแค่เตือนเท่านั้น โชคดีจริงๆ